ย้อนยุค การตกแต่ง
แฟชั่นการแต่งกายมีผลต่อการใช้ชีวิตของเราในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทรงผม การพูดจา เสื้อยืด เสื้อผ้า การเดินเหิน เลยไปถึงไลฟ์สไตล์ ตลอดจนการตกต่างบ้านด้วย และอาจจะพูดได้ว่าการตกแต่งบ้านได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นไปเสียแล้ว ซึ่งสไตล์การแต่งตัวหรือแต่งบ้านนั้นมักจะมีที่มาจากอดีตหรือวัฒนธรรมดั้งเดิมของเรา
อย่างสไตล์มินิมัลลิสม์ จะเป็นการ ออกแบบเสื้อผ้า ที่เน้นความเรียบง่ายของโครงเสื้อและการตัดเย็บ ส่วนในการตกแต่งบ้านก็จะเน้นความเรียบ และความสะอาดตาของรูปทรงเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งอาจจะมองว่าเป็นวิวัฒนาการมาจากงานออกแบบนไตล์โมเดิร์นในยุค 30 นั่นเอง ในทำนองเดียวกันสไตล์ยุค 60 ที่ดูจะเป็นการกลับมาของแนวคิดแสวงหาสันติภาพที่สะท้อนถึงความต้องการของสังคมในสมัยนั้น แล้วแสดงออกมาด้วยการใช้ลวดลายดอกไม้และลายเส้นสีสันสดใส แต่สำหรับสไตล์ยุค 60 ในปัจจุบัน จะเป็นเพียงการนำจิตเพียงการนำจิตวิญญาณของอดีตมาใช้ในรูปแบบของการค้ามากกว่าแนวคิดเรียกได้ว่าสไตล์ยุค 60 โดยเนื้อแท้นั้นหมดยุคไปแล้ว ทว่าสไตล์การตกแต่งบ้านในแบบยุค 60 ที่กลับมาใหม่ก็เป็นหนึ่งในกระแสการตกแต่งบ้านที่ผ่านมาเท่านั้น
สำหรับกระแสแฟชั่นที่ผ่าน ๆ มาช่วงหลัง ๆ นี้ เราคงเห็นกระแสความนิยมของลายดอก ลายปัก ของ ผ้าม่าน หรือ วอลเปเปอร์ มากขึ้น การใช้ดิ้นระยิบระยับ หรือการใช้ลูกปัดสีต่าง ๆ ในแฟชั่นการแต่งหาย ที่ส่งผลต่อการออกแบบของแต่งบ้านและการตกแต่งภายใน ซึ่งกระแสความนิยมนี้มีชื่อเรียงแตกต่างกันไปตามการนิยามของแต่ละนิตยสารหรือนักออกแบบ แต่ส่วนใหญ่เราจะได้ยินคำว่า Bohemian หรือ Gypsy ซึ่งหลายคนสงสัยว่าสไตล์เหล่านี้มีความเป็นมาอย่างไร แล้วอะไรคือนิยามหรือแนวคิดของการตกแต่งสไตล์นี้ ก่อนอื่นเราน่าจะมาทำความเข้าใจกับสองคำนี้เสียก่อนว่ามีความหมายอย่างไร
* Bohemian คือ กลุ่มชนในเช็กรีพับลิกและกลุ่มชนชาวยิปซี ซึ่งปัจจุบันมีอีกนัยหนึ่งที่หมายถึงวิถีชีวิตของคนที่มีศิลปะในหัวใจและไม่สนใจกฎเกณฑ์ใด ๆ ทั้งสิ้น
* Gypsy คือ กลุ่มชนเร่ร่อนที่มีรากฐานมาจากอินเดียตอนเหนือแล้วอพยพมาอยู่ที่ยุโรปตะวันออกในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14
ความนิยมในสไตล์โบฮีเมียนหรือยิปซีนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
ที่ผ่านมาสไตล์ยุค 60 ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยภาพลักษณ์ของสไตล์ยุค 60 นี้มีการหยิบยืมภาพลักษณ์ของวัฒนธรรมอินเดียมาใช้ เช่น การใช้ผ้าแขกหรือผ้าสาลู การประดับประดาด้วยลวดลายดอกไม้และดื้น นำมาทำเป็น ผ้าม่าน เป็นต้น ซึ่งผู้คนเริ่มเบื่อหน่ายกับความจำเจของภาพลักษณ์เดิม ๆ นี้ แต่ก็ยังนิยมภาพโดยรวมของสไตล์ 60 อยู่ ดังนั้นสไตล์โบฮีเมียนหรือยิปซีที่มีรายละเอียดของลวดลายซับซ้อนและหลากหลายมากกว่า จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ใกล้เคียงกันทั้งในสไตล์การแต่งกายและการแต่งบ้านในปัจจุบัน
ภาพลักษณ์การตกแต่งบ้านนั้นสะท้อนการแต่งกายของชาวยิปซีที่มีการใช้ผ้าลวดลายดอกไม้ ปักดิ้น การใช้ลูกปัดต่าง ๆ ที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก ใช้สีสันในเฉดสีแดง ส้ม หรือบานเย็นเป็นหลัก อันมาจากสีที่ได้จากธรรมชาติ ซึ่งชาวอินเดียนำผ้ามาย้อมเอง นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการตกแต่งด้วยภาชนะหรือเครื่องแก้วที่มีสีสันและลวดลายระยิบระยับในตัว
ดังนั้นคำว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอยหรือย้อนรอยจึงเป็นคำพูดที่เหมาะสมสำหรับสไตล์การแต่งหายและสไตล์การแต่งบ้านที่มักจะวนเวียนกลับไปสู่รากเหง้าเดิม จากมินิมัลลิสม์กลับไปสู่โมเดิร์น จากปัจจุบันย้อนกลับไปสู่ยุค 70 และ 60 แล้วย้อนกลับไปอีกถึงแหล่งที่มานั้น ก็คือโบฮีเมียนหรือยิปซี
อีกไม่นาน เราอาจจะได้เห็นสไตล์ย้อนประวัติศาสตร์อย่างสไตล์อียิปต์หรือโรมันกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง...ตามกระแส หรือ ปัจจุบันมีการนำแสงสว่างมาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการแต่งบ้านมากขึ้น